กรอบค ดเพ อการเร ยนร ในศตวรรษท 21 ท กษะ ความร และค ณล กษณะ ท จาเป นสาหร บน กเร ยนในการ ทางานและใช ช ว ตในศตวรรษท 21 ระบบสน บสน นการเร ยนร 1
เป าหมายของการเร ยนร ในศตวรรษท 21 ท กษะการเร ยนร และนว ตกรรม - การค ดสร างสรรค - การแก ไขป ญหา - การส อสาร-ร วมงานก บผ อ น ท กษะช ว ตและการทางาน - การปร บต ว - ท กษะส งคม - การเร ยนร ข ามว ฒนธรรม - ท กษะด านสารสนเทศ ส อ เทคโนโลย ท กษะ เน อหา ค ณล กษณะ สาระว ชาหล ก - Reading (การอ าน) - Riting (การเข ยน) - Rithmatic (การคานวณ) ความร เช งบ รณาการ โลก การเง น เศรษฐก จ ธ รก จ และการเป นผ ประกอบการ ส ทธ พลเม อง ส ขภาพ และ ส งแวดล อม ค ณล กษณะด านการทางาน การปร บต ว ความเป นผ นา ค ณล กษณะด านการเร ยนร การช นาตนเอง การตรวจสอบการเร ยนร ของตนเอง ค ณล กษณะด านศ ลธรรม ความเคารพผ อ น ความซ อส ตย สาน กพลเม อง 2
3ห วงโซ ค ณภาพ การพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน หล กส ตร การเร ยนร และก จกรรม การว ดและ ประเม นผล
การว ดและประเม นท กษะการค ด จ ดเน น ท กษะการค ดเช อมโยง ความสามารถและท กษะ สามารถบอกความสาค ญและความหมาย ว ธ การ การทดสอบการค ดเช อมโยงข อม ลต างๆ เคร องม อ แบบทดสอบท กษะการค ดเช อมโยง ของข อม ลต างๆท น ามาเช อมโยงก น เกณฑ การประเม น ผ าน : ได คะแนนร อยละ ๖๐ ข นไป
การว ดและประเม นค ณล กษณะ(ความด ) จ ดเน นตามช วงว ย อย อย างพอเพ ยง ค ณล กษณะ แสดงออกถ งการดาเน นช ว ตด วย ความประหย ด ไม ฟ มเฟ อย ไม เน นว ตถ น ยม ว ธ การ จ ดก จกรรมต าง ๆ กระต นให ผ เร ยนเข าร วมก จกรรม บ นท กการกระทา เคร องม อ - แบบบ นท กพฤต กรรม - เกณฑ การให คะแนน เกณฑ การประเม น ผ าน : ม พฤต กรรมใช ทร พย ส นของตนเองและ ทร พยากรของส วนร วมอย างประหย ดและค มค า
จ ดม งหมายการว ดและประเม นผลการเร ยนร เพ อพ ฒนาการเร ยนร ของผ เร ยน เพ อต ดส นผลการเร ยนการเร ยนร 7
ความส าค ญของการว ดและประเม นผล การว ดและประเม นผลเป นเคร องม อ ท ช วยตรวจสอบเพ อหาคาตอบว าผ เร ยน เก ดการเร ยนร และเก ดผลการเร ยนร ตาม จ ดเน น ในระด บท น าพ งพอใจมากน อย เพ ยงใด
หล กการว ดและประเม นผลท น ามาใช ต องช ดเจนในส งท ต องการว ด ว ดและประเม นผลให ตรงก บเป าหมาย หร อส งท ต องการจะว ดประเม นผล ม ความคงเส นคงวา ม ความน าเช อถ อได
จ ดม งหมายของการว ดและประเม นผล การประเม นเพ อการเร ยนร Assessment for learning การประเม นระหว างเร ยนโดยคร เพ อด ว าผ เร ยนบรรล ตามส งท กาหนดเป นเป าหมายหร อย ง ถ าย งไม บรรล ต อง หาสาเหต เพ อการปร บปร งแก ไข การประเม นล กษณะน จะเป นแนวทางในการ ปร บปร งการสอนของคร และวางแผนพ ฒนาการเร ยนร ของ ผ เร ยนให ด ข น
จ ดม งหมายของการว ดและประเม นผล การประเม นตนเองของผ เร ยนเพ อการเร ยนร Assessment as learning การประเม นท ผ เร ยนเป นผ ประเม นตนเอง และปร บว ธ การเร ยนร ให เหมาะสมก บตนเอง เพ อพ ฒนา ให บรรล เป าหมายการเร ยนร
จ ดม งหมายของการว ดและประเม นผล การประเม นเพ อสร ปผลการเร ยนร Assessment of learning การประเม นเพ อสร ปผลการเร ยนร รวบยอด เพ อต ดส น ผลการเร ยนร โดยรวมของผ เร ยน ม หลายระด บ เช น - การประเม นเม อจบบทเร ยน - การประเม นเม อจบหน วยการเร ยนร - การประเม นเม อจบรายว ชา เพ อสร ปว าผ เร ยนม ความสามารถ ท กษะ และค ณล กษณะตามท กาหนด
การเล อกใช เคร องม อประเม นผล คร ผ สอนจะต องทาความช ดเจนในส งท ต องแต ละ จ ดว าประกอบด วยต วช ว ด/ผลการเร ยนร /จ ดประสงค ใด ความสามารถอะไร ท กษะกระบวนการใด หร อ ค ณล กษณะอะไร ซ งในบางกรณ ว ธ ประเม น อาจใช เคร องม อเพ ยงอย างเด ยว บางกรณ อาจใช เคร องม อ หลายอย าง คร ผ สอนสามารถเล อกใช ได ความเหมาะสม
การประเม นด วยว ธ การท หลากหลาย การเร ยนการสอน ว ดและประเม นผล ไม เป น ทางการ ส งเกต/ ซ กถาม/ ส มภาษณ ทดสอบ ต ง ประเด น ป ญหา ปฏ บ ต / โครงงาน
การประเม นท ม งตรวจสอบพ ฒนาการของผ เร ยน ในการบรรล ต วช ว ด/ผลการเร ยนร /จ ดประสงค ตามหน วยการเร ยนร ท คร ได วางแผนไว การประเม นด วยการส อสารส วนบ คคล เช น - ส งเกตพฤต กรรมผ เร ยนรายบ คคล - ถามตอบระหว างทาก จกรรมการเร ยน - พบปะสนทนาพ ดค ยก บผ เร ยนและ ผ เก ยวข อง - สอบปากเปล า - อ านบ นท กเหต การณ ต าง ๆ ของผ เร ยน - ตรวจแบบฝ กห ดและการบ าน พร อมท งให ข อม ลย อนกล บ
การประเม นท ม งตรวจสอบพ ฒนาการของผ เร ยน ในการบรรล ต วช ว ด/ ผลการเร ยนร /จ ดประสงค ตามหน วยการเร ยนร ท คร ได วางแผนไว การว ดและประเม นด วยแบบทดสอบ เป นการประเม นด านความร ความค ด (Cognitive Domain ) ควรเล อกใช แบบทดสอบให ตรงตามว ตถ ประสงค ของการว ดและ ประเม นน นๆ เช น แบบทดสอบเล อกตอบ แบบทดสอบถ ก-ผ ด แบบทดสอบจ บค แบบทดสอบเต มคา แบบทดสอบความเร ยง เป นต น ท งน แบบทดสอบท จะใช ต องเป นแบบทดสอบท ม ค ณภาพ ม ความเท ยงตรง (Validity) และเช อม นได (Reliability)
การประเม นท ม งตรวจสอบพ ฒนาการของผ เร ยน ในการบรรล ต วช ว ด/ ผลการเร ยนร /จ ดประสงค ตามหน วยการเร ยนร ท คร ได วางแผนไว การประเม นด านค ณล กษณะ เป นการประเม นค ณธรรม จร ยธรรม ค ณล กษณะและเจตคต ท ควรปล กฝ ง ในการจ ดการเร ยนร ซ งว ดและประเม นเป นลาด บข นจากต าส ดไปส งส ด ด งน ข นร บร ร จ ก เต มใจ สนใจ ข นตอบสนอง เช อฟ ง ทาตาม อาสาทา พอใจท จะทา ข นเห นค ณค า (ค าน ยม) ความเช อ การกระทาหร อปฏ บ ต อย างสม าเสมอ ยกย องชมเชย ปฏ เสธท จะกระทาในส งท ข ดแย งก บความเช อของตน ข นจ ดระบบค ณค า อภ ปราย เปร ยบเท ยบจนเก ดอ ดมการณ ใน ความค ดของตนเอง ข นสร างค ณล กษณะจากค าน ยม ประพฤต ปฏ บ ต เช นน นอย เสมอใน สถานการณ เด ยวก น หร อเก ดเป นอ ปน ส ย
แนวทางการประเม นค ณล กษณะอ นพ งประสงค ค ณล กษณะท ต องการประเม น ม ว น ย ต วช ว ด - ความตรงต อเวลา - การปฏ บ ต งานตามหน าท ของตนเอง - การเคารพส ทธ ของผ อ น - การปฏ บ ต ตนตามกฎ ระเบ ยบ ข อบ งค บ และข อตกลงต างๆ ในส งคม - ยอมร บผลการกระทาของตนเอง ว ธ การประเม น การส งเกต เคร องม อการประเม น แบบส งเกตพฤต กรรม เกณฑ การให คะแนน หมายเหต ในกรณ ท ผ เร ยนม ผลการประเม นไม ผ านเกณฑ การประเม น (ระด บคะแนน 1) ให ผ สอนพ ฒนาจนผ านเกณฑ การประเม น ค ณล กษณะ ความม ว น ย ไม ผ านเกณฑ การประเม น (1) พฤต กรรมไม ช ดเจน และไม ม หล กฐานท น าเช อถ อได ระด บคะแนน ผ านเกณฑ ด การประเม น (2) (3) ปฏ บ ต งานตาม หน าท ของตนเอง ปฏ บ ต ตนตามกฎ ระเบ ยบข อบ งค บ ตรงต อเวลา ปฏ บ ต งานตามหน าท ของ ตนเอง ปฏ บ ต ตน ตามกฎ ระเบ ยบ ข อบ งค บ ด เย ยม (4) ตรงต อเวลา ปฏ บ ต งานตามหน าท ของ ตนเอง ปฏ บ ต ตน ตามกฎ ระเบ ยบ ข อบ งค บ เคารพ ส ทธ ของผ อ น และ ยอมร บผลการ กระท าของตนเอง
การประเม นผลการเร ยน ภาคเร ยนท ๑ หน วยการเร ยนร ประสบการณ ของฉ นเร องความม ว น ย ว นท ประเม น ๑๑ /๐๔/๒๐๑๐ เวลา ๙ ช วโมง ต วช ว ด/ผลการเร ยนร เกณฑ การประเม น คะแนน ๑. วาดแผนภาพโครงเร อง ด เล ศ ๔ ๒. เข ยนบทละครจากประสบการณ เร องว น ย บรรล ผล ๓ ๓. อธ บายสร ปการนาไปส การปฏ บ ต กาล งพ ฒนา ๒ ย งไม บรรล ผล ๑
ว ธ การประเม น แบบทดสอบ ทดสอบท กษะการปฏ บ ต สม ดแบบฝ กห ด การนาเสนอ ประเม นตนเอง การส งเกตของคร เพ อนประเม นเพ อน อ นๆ...
เลขท /ช อน.ร. ผลการประเม น ต วช ว ด/ผลการเร ยนร (๑) (๒) (๓) ๑. ด น ๔ ๔ ๓ ๒. น า ๔ ๔ ๓ ๓. ลม ๒ ๔ ๒ ๔. ไฟ ๓ ๓ ๓ ๕. พ ช ๓ ๓ ๓
น กเร ยนท ม จ ดแข ง (ระบ ช อน กเร ยนใครบ าง) เข ยนบท ละครท แต งเองได โดย ไม ต องช วยเหล อ (ระบ ช อน กเร ยน) กาล งพ ฒนาท กษะ ต องการการ ช วยเหล อเพ ยงเล กน อยในการเข ยนโครงเร อง
น กเร ยนท ย งม ป ญหา (ระบ ช อน กเร ยน ใครบ าง) ย งต อง ช วยในท กเร องอย างใกล ช ด (ระบ ช อน กเร ยน) ต องการ คาแนะน าในการเข ยนโครงเร อง
การดาเน นการข นต อไป จ ดประสบการณ และโอกาสให น กเร ยน ได เห นว าจะรวมแนวค ดต างๆ มาเข ยนได อย างไร โดยให ทาตามต วอย าง และช วยก นเข ยนบทละคร ตลอดจนให เวลาน กเร ยนในการเข ยนบทละคร ด วยตนเอง โดยคอยช วยเหล อและพ ดค ยก นเช งล ก ท งน ต องทาท กว น
ข อเสนอแนะจากการประเม น การเข ยนบทละครย งคงเป นจ ดเน นหล กท น กเร ยน ต องทาท กว น ซ งจะทาให น กเร ยนได ฝ กประสบการณ ท จาเป นในการสร างโครงเร องและเข ยนบทละครง ายๆ การเช อมโยงผลการเร ยนร จะทาให น กเร ยนเห นว าจะ พ ฒนาตนให เป นคนท เก งได อย างไร
การกาก บด แลค ณภาพการพ ฒนาผ เร ยน การว ดและประเม นระด บช นเร ยน ด ความก าวหน าของผ เร ยน รายบ คคลด านความสามารถ ท กษะ และค ณล กษณะ ตามจ ดเน น เพ อทราบป ญหา/อ ปสรรค ในการเร ยนร ตามจ ดเน น น าผลไปใช ปร บปร งการเร ยนการสอน /ปร บปร งพ ฒนาและส งเสร ม
ข อจำก ดของการดาเน นงาน คร ไม ได ให ความส าค ญก บการให ข อม ลย อนกล บ เพ อการพ ฒนาผ เร ยนเป นรายบ คคล ระด บช นเร ยน คร ม งใช ผลการประเม นเพ อการต ดส นมากกว าเพ อการพ ฒนา คร ขาดความร ความเข าใจในเทคน คว ธ การการประเม น คร ไม สามารถออกแบบการว ดและประเม นผล ท สะท อนค ณภาพตามมาตรฐาน/ต วช ว ด ท น ามาใช ในการจ ดการเร ยนร
ภาพการดาเน นงานท คาดหว ง ระด บช นเร ยน ผ เร ยน ม ความตระหน ก/ให ความสาค ญ/ม ส วนร วม/ ให ความร วมม อในการว ดและประเม นผลท กระด บ คร /สถานศ กษา * ออกแบบการว ดและประเม นผล * พ ฒนาร ปแบบการรายงานผลการเร ยนร ท สะท อน ค ณภาพตาม มาตรฐาน/ ต วช ว ด และ จ ดเน น ผ ร บผ ดชอบท กระด บ น าผลการประเม นมาใช อย างจร งจ ง